5 สัญญานเตือน!..ธุรกิจ”เงินสด” ก่อนที่จะหายไปในยุค 4.0

e-payment

หากพูดถึงเรื่องการทำธุรกิจ ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีนั้น การใช้เงินแลกเปลี่ยนก็ถือว่าเป็น เรื่องสากลของโลกไปแล้วตั้งแต่ธุรกิจยุค 1.0 และ 2.0 แต่ พอเริ่มยุค 3.0 ที่ผู้บริโภคเรียกได้ว่า เลือกได้นั้น ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ สร้าง “ธุรกิจทางเลือก” ขึ้นมาบริการเพื่อตอบโจทย์คนยุค 3.0 หรือตั้งแต่ Gen Y ได้ดีเป็นอย่างมาก โดยเมื่อเริ่มเข้ายุค 4.0 ผู้ประกอบการ หลาย ๆ ท่านอาจจะเริ่มสังเกตุว่าธุรกิจที่ต้องวิ่งเข้าหาหน้าร้านเพื่อซื้อของ หรือจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินสดนั้น ลดลงไปอย่างมาก ในบทความนี้จะมาพู่ดถึงสาเหตุและ 5 สัญญานเตือน กันค่ะ ว่าอนาคตของ ธุรกิจ”เงินสด”นั้นจะเป็นอย่างไรบ้างในยุคปัจจุบันหรือที่เรียกกันว่า ยุค 4.0 นั่นเองค่ะ

pexels-photo

ก่อนอื่น อยากให้ลองสังเกตุห้างบางห้างที่เน้นขาย คอมพิวเตอร์ดูก็จะพบว่า ในช่วง เปลี่ยนถ่ายจากยุค 3.0 สู่ยุค 4.0 ที่ผ่านมานั้นก็มีร้านที่ล้มหายตายจากกันไปมากเนื่องจากสาเหตุหลัก ๆ ที่พบได้ก็คือ “การตลาดทางเลือก” ซึ่ง “การตลาดทางเลือก” นี้ในสมัยธุรกิจยุค 2.0 นั้น เริ่มแรกอาจจะคุ้นหูจากคำว่า”ขายของออนไลน์  และเมื่อก้าวสู่ยุค 3.0 การตลาดทางเลือกนี้ก็ได้รับคำนิยาม ใหม่ว่า “ธุรกิจ E-commerce” โดยในยุค 2.0 และ 3.0 ที่ผ่านมานั้น อาจจะไม่ใช่หัวข้อสำคัญที่คน พูดถึงเป็นประเด็นหลักกันนัก แต่ทว่า ในช่วงปี 2559-2560 นี้ ทั้งทางภาครัฐและเอกชน ต่างก็ตอบรับ “การตลาดทางเลือก” ด้วยเพราะสาเหตุที่ว่า “เทคโนโลยี” มีการเติบโตเป็นอย่างมาก

และก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อธุรกิจด้านเทคโนโลยีสมารทโฟนเติบโตได้มา ราคาสินค้าก็ถูกลงจนคนสามารถ มีสมาร์ทโฟน ติดตัวได้ในราคา หลักร้อยจนถึง พันกว่าบาท  ซึ่งสิ่งที่สำคัญต่อด “การตลาดทางเลือก” นั่นก็คือ “สมาร์ทโฟน 1 เครื่องก็เปรียบเสมือน TV หรือ Brochure และ sales”  ที่เจ้าของธุรกิจสามารถสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงได้อย่างง่ายดายใน 15 นาที

และด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภค ทีเ่ปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เวลาว่างมาดู TV กลายเป็นเล่น Social / Chat แทนแล้ว จึงทำให้ “การตลาดทางเลือก” กลายมาเป็น “การตลาดหลัก” ที่ทุกคนให้การยอมรับว่า ได้ผลตอบรับดีกว่าการสื่อสารในยุคเก่าผ่าน TV, Radio , Leaflet, DirectMail รวมถึง Newspaper หรือหนังสือพิมพ์และการโฆษณาผ่านนิตยาสาร

e-payment

ซึ่งในปี 2557  นี้ก็มีผลสำรวจจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเผยในเรื่องพฤติกรรมการใช้เงินของคนไทยด้าน e-payment ว่าปัจจุบันพบว่า

  1. มีการใช้ Mobile Banking มากสุด 59%
  2. eMoney 50%
  3. Internet Banking 32%
  4. ATM/Debit Card 12%
  5. Credit Card 10%

ซึ่งอัตตราการเติบโตของ ข้อ 1-5 ที่ยกมานี้ ก็คือรูปแบบการใช้จ่ายผ่านระบบ internet หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า e-payment นั่นเองค่ะ โดยจริง ๆ แล้ว 5 ข้อที่ยกมานี้อยากจะเรียกว่าเป็น 5 สัญญานเตือนเลยก็ได้ค่ะ  เพราะว่าถ้าหาก อัตตรา การสมัคร account epayment มากขึ้นเท่าไร นั่นก็แสดงว่า  “ธุรกิจประเภทเงินสด” มีโอกาส “เสี่ยงเจ๊ง” กันมากขึ้นค่ะ

ซึ่งหากนับข้อมูลย้อนหลังไป 3 ปีจากปี 2555-2557 ก็จะพบว่าการเติบโตของธุรกรรมประเภท E-payment มีการเติบโตมากถึง 21% ซึ่งเป็นไปตาม ธรรมชาติที่ยุคเทคโนโลยี online สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉำพาะเมื่อประชากรไทยมี smart phone ใช้กันได้ “ในราคาถูกกก” มากขึ้นค่ะ  แล้วจริง ๆ หากลองนำสถิติย้อนหลังก่อนหน้านี้มาเทียบดูอีกตั้งแต่ปี 2553 – 2557 ก็จะพบว่ากราฟเส้นที่เอาไว้ใช้ทำนาย จะบ่งชี้ว่า ธุรกิจ e-payment จะยิ่งเติบโตด้วยความรวดเร็วค่ะ

สำหรับเรื่อง 5 สัญญานเตือนสำหรับธุรกิจเงินสดนั้น ถ้าสรุปโดยง่ายก็คือ หากธุรกรรมประเภท e-payment เติบโตมากขึ้นเมื่อไร โอกาสในการ ขายสินค้าเงินสดก็มีโอกาสที่จะขายยากมากขึ้น  ซึ่งในยุค 4.0 นี้ส้มคาดว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนการพกเงินสดเป้นพกเงินออนไลน์เสียมากกว่าเดิมอีก ด้วยเหตุที่ว่า  “ไม่ต้องพกเงินสดติดตัว …ไม่ต้องกลัวโดนปล้น”

อันนี้ยกตัวอย่างเช่นเมื่อก่อนจะซื้อทีวีเครื่อง 20,000 ก็ต้องกดเงินสด แต่เดี่ยวนี้นอกจากมีบริการ รูดบัตรจ่ายเงินแล้ว เขายังมีบริการ โอนเงินผ่าน internet หรือ scan QRcode เพื่อชำระเงินอย่าง alipay ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ค่ะ ( เพราะเห็นได้ทุก 7-11 และร้านชั้นนำ )

นอกจากนี้จากการสังเกตุ ส้มก็ยังคาดว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงหลักหมื่นขึ้นไป หรือราคาต่ำ ตั้งแต่ราคา 200-1,000 บาท ต่อจากนี้ คนก็จะนิยมจ่ายเงินผ่าน มือถือมากขึ้นเพราะ สามารถ จ่ายและคำนวนประวัติการ ใช้จ่ายได้เลย ( อันนี้ยกตัวอย่างของประเทศจีนเขาก็มี ใช้จ่ายกันแล้วนะคะ  เช่นกินอาหารตามสั่งก็จ่ายด้วย wechat/ alipay ได้ )

bloggerjob

สุดท้ายนี้ข้อมูล 5 สัญญาณเตือนที่เป็นช่องทาง e-payment ที่ยกมานั้นอาจจะดูน่ากลัว แต่ถ้าส้มคิดว่าถ้าหากธุรกิจประเภทเงินสดทั้งหลายรู้จักปรับตัวให้เข้ากับยุค มากขึ้น เปิดรับช่องทาง e-payment มากขึ้น ก็อาจจะเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสทางการขายที่ดี เรียกว่า “มาก่อนได้ก่อน” ก็ได้ค่ะ

toon-psom-hengheng

สำหรับบทความนี้ อยากตั้งใจเขียนให้หลาย ๆ ท่านลองตระหนักถึงช่องทางการจ่ายเงินประเภท e-payment ตาม 5 ข้อที่ยกมาแล้วลองนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของท่านดูค่ะ ซึ่งหวังว่าหากท่านได้รับรู้และเห็นช่องทางแล้ว บทความนีั้ก็จะเป็นประโยชน์ของท่านไม่น้อยเลย ยังไงก็อย่าลืมกด like กด shareให้กำลังใจกันนะคะ แล้วส้มจะพยายามนำ เรื่องราวเกี่ยวกับ การเงิน การสร้างเครดิต และบทความดี ๆ มาลงให้อ่านเรื่อย ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ
( ปล.เขียนวันวาเลนไทน์พอดี ยังไงก็ขอให้ผู้อ่านทุกท่านแฮปปี้วาเลนไทน์นะคะ )

 

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *