เรียกได้ว่าหลังปัจจุบันนี้หากกล่าวถึง โดนัลทรัมป์ แล้วคงเป็นไปได้ยากที่จะไม่มีคนไม่รู้จักในแง่ของการเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ  แต่ในอีกแง่นึงคือบทบาทนักธุรกิจ ที่อาจจะมีหลาย ๆ คนไม่รู้จักนั่นคือ โดนัล ทรัมป์ เป็นหนึ่งในเศรษฐีด้านอสังหาฯ ระดับต้น ๆ ของโลกทีเดียว

ถ้าหากพูดถึงเหตุผลที่ทำให้ โดนัล ทรัมป์ ดังขึ้นมาล่ะก็ คงใช้คำนิยาม ได้ประมาณว่า  “ใจดี สปอร์ต  อเมริกา” ก็ว่าได้เพราะ บุคลิกที่สุดขั้ว ทำอะไรสุดโต่งของเขา ที่เปรียบเสมือนเหรีญสองด้านที่มองได้ง่าย ๆ นั้น ก็ทำให้ มีคนที่ชอบและ ไม่ชอบมากพอสมควร โดยวันนี้ทางเว็บ somrichstory.c0m สอนรวยด้วยเครดิต จะนำเทคนิกในการลงทุนเพื่อปลดหนี้ ด้วยวิธีแบบ โดนัลทรัมปป์กันค่ะ

 

the celebrity apprentice

ยกตัวอย่างเช่นรายการทีวีของเขาเอง ที่เขามักใช้ประโยคเด็ด ๆ ในรายการว่า “You ‘re fired!” ( คือ แกรรโดนนนไล่ออกกก!! )

wwe donal trump นักลงทุนอสังหา

                นอกจากนี้เขายังมีออกรายการมวยปล้ำ WWE ที่โด่งดังที่สุดของโลกอีกต่างหาก

telegraph โดนัลทรัมป์ กับสาวๆ

                ถ้าหากยังไม่เห็นภาพ “ใจดี สปอร์ต เอมริกา” ล่ะก็ ดูในวงการสาว ๆ ขาอ่อน จะเห็นๆได้ว่า มีภาพหลุดมาเยอะมากๆ

 

แต่เรื่องของเรื่องก็คือ หากความคิดของเขาไม่เจ๋งจริง คงไม่ได้มายืนถึงจุดนี้ที่เป็น ประธานาธิบดี หรอกจริงใหมคะ?

ซึ่งในเรื่องของอสังหาริมทรัพย์นั้น โดนัล ทรัมป์ ก็เคยกล่าวถึงแนวความคิดในการลงทุนด้านนี้ไว้สั้น ๆ ง่าย ๆ เป็นแนวความคิด โดยอ้างอิงจากหนังสือ Key to Investing in Condos ซึ่งทรัมปป์ ได้กล่าวไว้ว่า

กุญแจสู่ความสำเร็จในการเลือกลงทุนในพื้นที่ต่าง ๆ ก็คือ

The key to success in selecting the location of Trump.

1) Be Willing to Pay Premium for a Prime Location.
ข้อแรกจ่ายไม่อั๋นเพื่อ สถานที่ที่ดีสุด ( เพราะเชื่อว่าอย่างไรก็ตามมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเสมอ )
2) Don’t Buy without a Creative Vision for Adding Significant Value.
ข้อสองอย่าซื้อหากที่นั่นยังไม่รู้ว่าจะลงทุนอย่างไรดี
3) Four Things Trump Looks for in a Location.
สำหรับพื้นฐาน สี่ข้อที่ควรคำนึงนั่นคือ
– Great Views.
– Prestige.
– Growth Potential.
– Convenience.

  1. วิวต้องสุดยอด
  2. เป็นแหล่งที่มีชื่อเสียง และต้องดูหรูหรา
  3. ความเจริญต้องมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  4. การเดินทาง ต้องสะดวกสบาย

โดยเหตุผลที่โดนัลทรัมป์ เชื่อว่า เหตุผลพื้นฐานทั้ง 4 ข้อเหล่านี้สามารถจูงใจผู้ซื้อ และผู้เช่าได้ดีอยู่เสมอ และสามารถปรับปรุง หรือเรียกราคาเพิ่มได้ง่ายกว่าด้วย   สำหรับราคานะหรือ? โดนัลทรัมป์ ยอมที่จ่ายราคาแพงกว่า 50%-100% เพื่อที่จะได้อสังหาที่มีคุณสมบัติ 4 ข้อพื้นฐานนี้มา

หลังจากอ่านบทความนี้จบลงเชื่อว่าผู้อ่านหลาย ๆ คนคงจะมีไฟ ในการลงทุนเพิ่มขึ้นมาแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าแต่ว่าพอเกริ่นเรื่องการลงทุนนี่ สำหรับผู้ที่มีทุนอยู่แล้วคงลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดี ๆ ไม่ยาก แต่สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้อสังหาริมทรัพย์ดี ๆ ก็ไม่ต้องห่วงค่ะ ในบทความถัดไปจะนำเสนอเรื่อง “ฉันจะรวยอย่างไรด้วยการกู้”  อย่าลืมติดตามนะคะ รับรองว่าคุณต้องชอบแน่ ๆ

อย่าลืมกด Like กดแชร์ด้วยกันนะคะ  เป็นกำลังใจให้แอดมินอัพเดทเรื่องราว และเคล็ดลับการปลดหนี้ชีวิตสอนรวยด้วยเครดิตด้วยกันค่ะ

 


pexels-photo

สำหรับธุรกิจบัตรเครดิต ในประเทศไทยนั้น เรียกได้ว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็วและได้รับความนิยมจากผู้ใช้เป็นอย่างมาก เพราะสามารถเลี่งการถืองนสดจำนวนมาก ๆ ในการซื้อของ อีกทั้งร้านสะดวกซื้อปัจจุบันในหลาย ๆ ที่รวมถึงห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ก็มี บริการชำระเงินผ่านบัตรด้วยกันทั้งนั้น โดยในอนาคตก็มีการคาดว่าอาจะมีบัตรเครดิตชนิดพิเศษมาให้สำหรับอาชีพเฉพาะทางเช่น เกษตรกร บัตรเครดิตน้ำมัน อีกหลากหลายรูปแบบ

โดยในฐานผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการธนาคารและ ได้มีโอกาสให้คำปรึกษากับผู้เข้ามาขอคำปรึกษาหลาย ๆ คนก็พบว่าปัญหาหลัก ๆ ที่เรียกได้ว่า ควรจะเป็น เคล็ดลับ หรือกฎเหล็ก 5 ข้อที่จะทำให้ มีเครดิตดี ไม่เป็นหนี้ มีดังนี้ค่ะ

 

1.ไม่ควรมีบัตรเครดิต ไว้เกิน 2 ใบ 

ข้อแรกนี้เรียกได้ว่าอาจจะเป็นพื้นฐานแรก ๆ ที่เป็นข้อสำคัญเลยก็ได้เพราะหลาย ๆ คนเมื่อเริ่มใช้เงินมือเปิปจากวงเงินที่มีมากแล้ว เมื่อเกิดวิกฤติทางการเงิน ก็มักจะใช้วิธี กู้จากบัตร A มาจ่ายหนี้บัตร B แล้วเมื่อถึงเวลาที่ต้องชำระเงินในบัตร A ก็จะกู้จากบัตร B มาจ่ายงวดบัตร A เป็นแบบนี้ เลยทำให้เป็นหนี้ไม่รู้จบ ซึ่งส่วนมาก พบว่ายิ่งมีบัตรเครดิตกับหลายฐานคารมากก็มักจะ ใช้เงินเกินตัวจนต้อง นำเงินในบัตร A B C D มาผลัดกันจ่ายหนี้วุ่นไปหมด

wallet-cash-credit-card-pocket

2.ไปไหนพกไว้แค่บัตรเดียวพอ

บางคนติดนิสัยพกหลาย ๆ บัตร เพราะบางร้านมีโปรโมชั่น ที่รับบัตร ฐนาคาร C เท่านั้น ซึ่งอาจจมีบางท่านคิดว่าน่าจะคุ้มถ้าทำบัตรไว้เสียหน่อย  แต่หารู้ไหมว่า เวลาที่ท่านต้องหัวเสียไปกับการ ดูยอดบิล หรือ ติดต่อกับฐนาคาร รวมถึงจ่ายค่าธรรมเนียมบัตรต่าง ๆ นั้น อาจจะไม่คุ้มเสียเลย ( ยังไม่รวมถึงเวลาทำกระเป๋าตังค์หาย แล้วบัตรหายไปหลายใบ ที่ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาไปทำใหม่อีกเท่าไร )  อาจจะเข้ากับสุภาษิตไทยว่า “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” ก็ได้ในบางกรณี เพราะฉะนั้นการมีบัตร ของสถาบันการเงินที่ได้รับการยอมรับจากหลาย ๆ ร้านค้า เพียงใบเดียวก็น่าจะเพียงพอกับการใช้งานแล้ว

เลือกทำบัตรที่สามารถใช้กับทุกร้านได้ การมีหลาย ๆ ไปมีแต่จะทำให้เกิดเรื่องวุ่น ๆขึ้น

3.การใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตทุกครั้ง ควรสำรองเงินสดไว้เสมอ

ในข้อนี้เรียกว่าอาจจะต้องฝึกให้เป็นนิสัยก็ว่าได้ เช่น หากวันนี้ใช้เงินซื้อ พัดลมตัวละ 20,000 มา และจ่ายด้วยบัตรเครดิต  ( หรืออาจใช้วงเงินเครดิตร่วมจ่ายแล้ว ) ที่ตัวควรจะมีเงินไว้จ่ายค่าสินค้าพัดลมจริง ๆ อยู่ไว้ในธนาคารอื่น และเมื่อจ่ายด้วยเครดิตแล้ว ก็ให้รีบนำเงินนั้นมาคืนเสีย  นอกจากจะทำให้มีเครดิตที่ดีแล้ว ยังทำให้คุณตระหนักได้อีกว่า  “จริง ๆ แล้วคุณมีเงินเหลือออม เหลือเก็บในบัญชีเท่าไร?”

4.เลี่ยงการยืดระยะเวลาของการชำระเงินของบัตรเครดิตให้ยาวออกไป

เพราะถ้าเมื่อไรที่คุณเริ่มที่จะชำระเงินค่าบัตรเครดิตแบบไม่เต็มจำนวน หรือคืนเพียงขั้นต่ำของเงินที่ต้องชำระแล้วล่ะก็ นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาของคุณทีเดียว

 

บัตรเครดิตมีหลากหลายค่า เลือกใช้เฉพาะที่โอเคที่สุดใช้ได้กับทุกร้านใบเดียวพอ

5.ห้าม กดเงินจากบัตร A เพื่อไปชำระหนี้บัตร B โดยเด็ดขาด

อันนี้เรียกว่าเป็นปัญหาที่สำคัญ เพราะในการเบิกเงินสดแต่ละครั้ง อย่าลืมว่า “ค่าดอกเบี้ย” นั้นบางสถาบันคิดอยู่ที่ ร้อยละ 20 ทีเดียว ซึ่งนั่นหมายความว่าการกระทำแบบนี้มีโอกาสสูงมาก ที่จะทำให้คุณเป็นหนี้หัวโตได้ในเร็ววันทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้บัตรไม่ทันอยู่ล่ะก็ ขอแนะนำให้หาวิธีอื่น หรือหาหนทางเจรจาเพื่อชำระหนี้ดีกว่า หรือาจจะยืมคนรู้จัก ที่พอทำได้เพื่อที่จะเลี่ยงการเสียดอกเบี้ย แล้วจากนั้นก็รีบจ่ายเงินคืนให้เร็วที่สุด เพราะเมื่อคุณเริ่มเป็นหนี้บัตรเครดิต นั่นแสดงว่าสถานะการเงินของคุณกำลังเข้าขั้นวิกฤติแล้ว

 

เครดิตดีไม่มีหนี้เครดิต มีเงินเก็บเยอะ

            สำหรับ 5 ข้อที่กล่าวมานี้ก็เป็นเพียงวิธีการง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณสามารถใช้บัตรเครดิตได้อย่างสบายใจไม่มีหนี้ รวมถึงหากถ้าคุณ รู้จักชำระเงินบริหารเงินให้ตรงเวลาชำระหนี้แล้ว  ในบางสถาบันการเงินก็ยังเพิ่มยอดวงเงิน หรือเลื่อนระดับบัตรให้คุณเป็น ผู้ใช้ในระดับพิเศษ แบบลูกค้าคนพิเศษอีกด้วย  แบบนี้ก็เรียกได้ว่า เป็นการสร้างเครดิตที่ดี อีกทางนึงทีเดียวค่ะ  เพราะกรณีนี้หากถ้าคุณต้องการใช้เงินเพื่อกู้ลงทุนอะไรแล้ว ก็สามารถทำได้งายเพราะ เมื่อธนาคารพิจารณา ก็จะพิจารณาปล่อยกู้หรืออนุมัติให้คุณได้โดยง่ายค่ะ

 

 


 

เมื่อพูดถึงปัญ หาเงินไม่พอใช้หลาย ๆ คนก็จะเริ่มพูดถึงสิ่งที่ตระหนักได้สำคัญ ๆ นั่นคือการ “ออมเงิน” ซึ่งการออมนั้นบางคนก็ออมไว้อย่างมีเป้าหมาย เช่น ซื้อสิ่งที่อยากได้ , ปลดหนี้ หรือบางคนก็ออมไว้เพื่อจะได้มีเงินเก็บไว้เที่ยวบ้าง หรือบางคนก็พยายามออมเงินให้ได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อพยายาม สร้างเครดิตดี กับธนาคารหรือสถาบันการเงินอยู่  เรียกได้ว่า หลายคนก็ต่างเป้าหมายในการออมเงินกันไป อาจจะด้วยความคิด หรือแล้วแต่ งานอดิเรก แต่หลาย ๆ คนกลับไม่ประสบความสำเร็จในการออมเงิน เพียงเพราะว่า เขาอาจจะพลาดเทคนิกการออมเงิน ที่หลาย ๆ คนเคยนำไปใช้แล้วพิสูจน์กันแล้วว่า ได้ผลจริงมาใช้กัน  โดยในวันนี้เราจะมาเรียนรู้กันค่ะว่า เทคนิกการออมเงิน 10 ข้อนั้นมีอะไรบ้าง

coins-currency-investment-insurance-128867

1.ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

ถึงจะหลาย ๆ คนจะมรองว่ามันเป็นเรื่องง่าย และไร้สาระ แต่ทว่าหลาย ๆ คนที่พลาดท่าในการเก็บเงิน หรือออมเงินนั่นก็เพราะว่าส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย จึงทำให้ ไม่รู้ว่าในแต่ละวันมีค่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง และอะไรที่ควรจ่าย อะไรที่ไม่ควร  แถมบัญชีรายรับรายจ่ายนี้ ยังช่วยให้เราสามารถวางแผนการ ใช้เงินในแต่ละวันได้อย่างดีทีเดียวค่ะ

 

2.หักเศษเงินเดือน

นี่เป็นอีกวิธีที่เรียกได้ว่า ยอดนิยมเพราะว่า สำหรับผู้ที่เริ่มต้นออมใหม่ ๆ วินัยอาจจะยังมีไม่มากนัก ก็ใช้วิธี เอาเศษของเงินเดือนเนี่ย เช่นได้เงินเดือน 14500 ก็เอาเศษ 500 ไปฝากในอีกบัญชี ที่ไม่มี ATM แล้วตั้งเป็นรายการโอนประจำทุกเดือนไปยังบัญชี นี้อัตโนมัติ  ซึ่งวิธีนี้รับรองได้ว่า  พอมาดูอีกทีคุณก็มีเงินออมในอีกบัญชีอย่างเหลือเฟือ

ใน 1 วันนั้น โอกาสที่คนเราจะได้แบงค์ 50 นั่นค่อนข้างยากกว่าแบงก์อื่น ๆ โดยหากได้แบงก์ 50 มาเมื่อไรก็อย่างไปใช้แล้วกัน ซื่งเทกนิกนี้อาจนำไปใช้ร่วมกับเหรียญ 10 ได้ก็ยิ่งดีเลย เพราะนั่นจะทำให้คุณสามารถออมเงิน และสร้างวินัย ให้กับตัวเองได้ง่าย และเร็วขึ้น

 

3.งดใช้แบงค์ 50 เหรียญ 10

วิธีการนี้อาจจะดูแปลกเสียหน่อย แต่สำหรับใน 1 วันนั้น โอกาสที่คนเราจะได้แบงค์ 50 นั่นค่อนข้างยากกว่าแบงก์อื่น ๆ โดยหากได้แบงก์ 50 มาเมื่อไรก็อย่างไปใช้แล้วกัน ซื่งเทกนิกนี้อาจนำไปใช้ร่วมกับเหรียญ 10 ได้ก็ยิ่งดีเลย เพราะนั่นจะทำให้คุณสามารถออมเงิน และสร้างวินัย ให้กับตัวเองได้ง่าย และเร็วขึ้น

 

4.ออมแบบ ใช้เงินเพียงครึ่งนึง

วิธีการนี้ก็นับว่าเป็นอีกวิธีการที่ยอดฮิตอีกวิธีนึงซึ่งหาก คุณได้ ออมวิธีนี้แล้วล่ะก็ ไม่แน่คุณอาจจะได้เป้นนักออมตัวยงเลยก็ได้ เพราะการ ใช้เงินเพียงครึ่งนึงนั้นหมายถึง การที่ คุณ มีเงินแบงก์ 100 จะไปซึ้ออาหาร ก็ให้นึก เสียว่า  แบงก์ 100 นี้มูลค่าที่เราใช้ได้มีเพียง ครี่งนึงหรือ 50 บาทเท่านั้น โดยอีกส่วนที่เหลือ ก็ต้องนำไปใช้จ่าย โดยการฝากเข้าธนาคารที่ไม่มี ATM เบิกง่าย

เก็บเงินฝาก ไว้ในธนาคาร ที่ไม่มี ATM

 

5.เก็บเงินฝาก ไว้ในธนาคาร ที่ไม่มี ATM

วิธีการนี้คงจะเรียกได้ว่ายอดนิยมสุด ๆ เพราะน่าจะมาจาก พื้ฐานของคนเรา อะไรที่จับต้องง่าย ๆ เช่นบัตรเงินสด รูปรื้ด…ดๆ หรือแม้แต่ ATM ที่ก็เบิกเงินเมือ่ไรที่ไหนก็ได้… ก็จะใช้มันอย่างสุรุ่ยสุร่าย โดยไม่สังเกตุ เช่นเงินเดือนเป็นต้น พอออกมาเป็นก้อน ใหญ่ ๆ หลาย ๆคนก็จะเร่งเอาเงินที่มีอยู่ในบัญชีใช้ไปจนหมดโดยแทบไม่รู้ตัว จนมารู้อีกทีกลางเดือนก็ต้องกินมาม่าเสียแล้ว … โดยวิธีการเอาเงินไปฝากกับธนาคารที่ไม่มี ATM นั้นจะช่วยให้เราจับต้องเงินของเราได้ยาก และสิ่งที่เกิดถัดมาก็คือ …  เมื่อมันเบิกเงินยาก จับต้องยาก …ก็ลดการซื้อ สิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปได้มา

 

สำหรับ 5 ข้อที่ยกมาในวันนี้ส้มและทีมงาน หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งท่ำทให้ผู้ผ่าน ประสบความสำเร็จในการออมเงิน รวมถึงท่านที่ต้องการ สร้างเครดิต ที่ดีกับธนาคาร ก็หวังว่าเมื่อได้นำวิธีการเหล่านี้ไปใช้แล้วจะเกิดปรโยชน์ไม่มากก็น้อย ซึ่งท้ายสุดอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการ ประสบความสำหรับ ในเป้าหมายของท่านผู้อ่านก็ยังดี  โดยหากผู้อ่านต้องการเสนอแนะหรือ ขอบทความใดเป็นพิเศษสามารถ คุยหรือขอเข้ามาได้ค่ะ แล้วพบกันบทความหน้าค่ะ

 

 


สวัสดี ค่ะ การขอสินเชื่อสิ่งที่จะนำไปพิจารณา และเป็นสิ่งสำคัญ นั่นก็คือ
Statement การเดินบัญชี หรือการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝากประเภทต่าง ๆ

ถึงแม้คำว่า statement จะมีความหมายโดยตรงว่า คำแถลงก็ตาม
แต่ในด้านการเงินนั้น เสตทเม้นท์หมายถึง ประวัติด้านการเงิน เพื่อแสดงถึงที่มาที่ไปของกระแสเงิน หรือแสดงให้เห็นถึงรายรับ รายจ่าย เป็นต้น
โดยรายละเอียดมีดังนี้

 

statement คืออะไร?Statement ความหมายคือ?
ในด้านการเงิน ธนาคารและสถาบันการเงินนั้น เป็นที่รู้กันว่า คือ การบันทึกรายการบัญชีที่เคลื่อนไหว มีรายการฝาก ถอน ของบัญชีธนาคารของคนนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไป เข้าใจกันว่า เป็นการดูรายการบัญชีเงินฝากธนาคาร
ย้อนหลัง ซึ่งมีข้อมูลทั้งรายการฝาก และรายการถอน ทั้งหมด และสามารถเรียกดูย้อนหลังไปกี่เดือนปกติ เวลาขอสินเชื่อก็จะขอดูบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน

จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านการเงินและสินเชื่อมากว่า 2o ปี นั้น พบว่าผู้คนส่วนใหญ่

ที่มีปัญหาเรื่องการเงินและการทำธุรกิจ รวมทั้งการขอสินเชื่อไม่ผ่าน มักจะไม่ให้ความสำคัญกับการสร้าง Statement ที่ดี เพราะเสตทเม้นท์ ที่ดีนั้น ควรมีการเคลื่อนไหวสอดคล้องกับรายได้ รายจ่าย เพราะเจ้าหน้าที่ธนาคารจะนำมาพิจารณาว่าสามารถชำระหนี้คืนธนาคารได้

 

สำหรับการ “สร้าง statement” นั้นมีวิธีอย่างไร พบกันได้ในบทความหน้าจาก โค้ช ส้มวราพร ค่ะ


เว็บไซท์ชื่อดังอย่าง LifeHack ที่ชอบเผยเคล็ดลับในการใช้ชีวิตในเรื่องต่าง ได้ทำ Infographic แบบง่ายๆ จากการที่สังเกตุว่าคนที่ประสบความสำเร็จ และมีผลงานดี จนทำให้ประสบความสำเร็จนั้น มีอะไรต่างกับ คนที่รับงานเยอะเหลือเกินแต่ไม่รวย ไม่ประสบความสำเร็จสักทีขึ้น โดยนาย Ricky Tang ก็ได้สรุป มาเปนภาพให้เราดูดังนี้

ภาพต่อไปนี้ด้านซ้ายก็คือ บุคคลที่ใช้ชีวิตอย่าเกิดคุณภาพ ( Productive People )
สว่น ด้านขวาก็คือคน ที่ทำตัวยุ่งตลอดเวลา แต่ไม่ค่อยมีคุณภาพ ( Busy People )

1. รู้ว่าควรจ่ายงานให้คนอื่นทำอย่างไร VS รับทุกอย่างไว้ทำเอง

01

 

2. ทำเรื่องสำคัญสุดก่อนเท่านั้น VS ทุกอย่างนั้นสำคัญเท่ากันหมด02

3.รู้ว่าควรปฎิเสธว่า “ไม่” เมื่อจำเป็น  VS.  ตอบรับ “เยสสส” ฉันทำได้ทุกเรื่อง

03

4. ให้ความสำคัญที่ องค์ประกอบรวม  VS.ให้ความสำคัญมันซะทุกส่วน ยิบย่อยก็ไม่เว้น

04

5. โฟกัสกับงานที่ทำอยู่เป็นเรื่อง ๆ  VS.  ทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน

05

6. ให้ผลของการกระทำดีกว่าคำพูด VS. พูดเสียมากว่ายุ่งแค่ไหน จนมีเวลาทำนิดเดียว

06

7. ย้ำคิดก่อนจะลงมือทำ VS. ทำโดยไม่คิดอะไรมาก เพราะเวลามีน้อยเหลือเกิน

07

8. เลือกแต่เรื่องสำคัญไว้ในรายการ To-Do-List VS. เรื่องที่จำทำยาวเป็นพืดจน To-Do-List ยาวมาก เพราะอะไรก็สำคัญหมดแม้แต่เรื่องจุกจิก

08

9. มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน รวมถึง วิธีการลงมือ VS. ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน  เพียงแต่เอาตัวรอดไปเรื่อยๆ

09

 

ถึงแม้ว่า 9 ข้อที่กล่าวมานั้น จะดูเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ค่อยน่าสนใจก็ตาม และเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็มีคุณสมบัติบางอย่างอยู่แล้ว แต่เชื่อเถอะว่า คนส่วนใหญ่ ที่มักไม่ประสบความสำเร็จนั้น ล้วนแต่ขาดการลงมือทำอะไรง่าย ๆ เช่น To-Do-List

จริงไม่จริงคงต้องถามตัวคุณเองว่า วันนี้คุณ ได้เริ่มทำตาม 9 ข้อนี้อย่างคนที่มีประสิทธฺิภาพหรือยัง?

Source

รู้งี้แล้วอย่าลืมแชร์ให้ เพื่อน ๆ และคนที่คุณห่วงอ่านล่ะ!!

อย่าลืมกดติดตามเพจ #somrichstory เพื่อ พบกับบทความดี ๆ ที่จะช่วยให้ คุณมีเครดิตดี สินเชื่อดี และคิดอย่างคนที่ประสบความสำเร็จ พร้อมแรงบรรดาลใจดี ๆ ในการทำธุรกิจที่อัพเดทมาให้คุณเรื่อย ๆ นะคะ

 


สำหรับหลาย ๆ คนที่คิดว่าทำไมชีวิตนี้ ไม่มีอะไรโดดเด่นกว่าคนอื่นเขาบ้าง หรือไม่ค่อยมีพรสวรรค์อะไรกับเขาเสียเลยที่พอจะทำให้เด่นดังประโยคเหล่านี้เรามักจะได้ยินจากคนที่ไม่ค่อยประสพความสำเร็จเสียส่วนใหญ่ แต่ 5 พฤติกรรมเหล่านี้ คือสิ่งที่ทีมงามสำรวจจากคนเก่งระดับโลกหลาย ๆ คนว่าเขาเหล่านี้มีคุณ สมบัติ 5 ข้อที่คล้ายกัน แล้วเขาก็ใช้มันเป็นประจำอยู่เสมอ ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมเขาเหล่านี้ถึงเด่นดังระดับโลกได้ สำหรับพฤติกรรม หรือคุณสมบัติ ที่มี 5 ข้อนี้ประกอบด้วยอะไรบ้างมาดูกันเลย

1.ตรงต่อเวลา

การตรงต่อเวลาเป็นคุณสมบัติพื้นฐานมาก ๆ ที่ทุกคนมีติดตั่ว แต่หลาย ๆ คนเลือกที่จะโกงเวลาตัวเอง จนในที่สุดเมื่อทำไปเรื่อย ๆ
ก็เริ่มกลายเป็นนิสัยไปโดยไม่รู้ตัว สำหรับคุณสมบัติการตรงต่อเวลานั้นคิดง่าย ๆ เสียว่า หากการทำงาน คุณทำงานส่งเสร็จในเวลาที่กำหนด
เงินก็มา แต่หากทำงานเสร็จช้ากว่าที่กำหนด นั่นหมายความว่า เงินยังมาไม่พอ สภาวะทางการเงินและอาชีพของคุณจะขาดความน่าเชื่อถือไปด้วย

2.ทำในสิ่งที่ควรทำ ( Work Ethic )

หากพูดถึงเรื่องการทำงาน Work Ethic ก็คงคล้าย ๆ กับการทำอะไรตามจรรยาบรรณแต่ สำหรับการทำงานโดยทั่วไปและการใช้ชีวิตประจำวันแล้วการ ทำในสิ่งที่ควรทำถือว่าเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ
เพราะว่า หากคุณปราถนาที่จะเป็นเศรษฐี มีเงินวันละล้าน แต่คุณยังใช้เวลาทั้งวันกับการ นอน ดูหนัง หรือเล่นเกมส์ ที่ไม่ทำให้เกิดผลทางการเงินอยู่ล่ะก็ นี่ล่ะเรียกว่า คุณทำในสิ่งที่ไม่ควรทำแล้วล่ะ เพราะผลที่ได้รับก็คือหากคุณ
มีเป้าหมายอะไรสักอย่างหนึ่งคุณจะรู้ดีว่าอะไรควรเสียเวลาและอะไรไม่ควรทำ

160924-free-success-tool-2

3.พลกำลัง ( Energy )

สำหรับพลกำลังในที่นี้หมายถึง พลังงานในแต่ละวันที่ทุกคนมีติดตัวกันมาอยู่แล้ววันละ 24 ชม. ที่คุณเลือกจะบริหารมันให้คุ้มที่สุด
สำหรับคนดังอย่าง สตีฟจ็อบ หรือ วอร์เร็น บัพเฟ็ต และหลาย ๆ คนส่วนใหญ่ก็มักจะมีสิ่งนึงที่คล้ายกันก็คือ เขารู้ว่าในแต่ละวันควร
จะทำอะไรที่ สำคัญ และส่งผลต่อ เป้าหมายที่เป็นความฝันของเขาบ้าง โดยทริก เล็กน้อยนี่จะช่วยให้คุณบริหารเวลาและเรื่องราว
เหล่านี้ได้ดีก็คือ การจดรายการ to-do-list และแบ่งรายการสำคัญที่สุด 3 เรื่องที่ต้องทำให้เสร็จในแต่ละวัน

photo-1463595515259-d8ef281955b9-696x371

4.ทัศนคติ ( attitude )

ทัศนิคตินั้น คือสิ่งที่จะแสดงออกถึงพฤติกรรมที่เราจะแสดงออกโดยทันทีเมื่อเจอกับสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม โดยจะแสดงออกมาในแง่บวกหรือแง่ลบนั้นก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เคยฝึกฝนมาในวัยเด็ก
มีเรื่องเล่าถึงการทดลองนึง นำเด็กสองคนมาไว้ในห้องที่มีสภาพแวดล้อมเดียวกัน โดยครั้งแรก ให้เด็กคนที่ 1 ไปอยู่ในห้องที่มีแต่ตุ๊กตา เด็กคนนั้นก็เล่นมันอย่างสนุกสนาน จากนั้นก็ให้เด็กคนที่สอง ไว้ในห้องตุ๊กตาที่น่ารักเหมือนกัน
แต่เด็กคนที่สอง กลับร้องไห้ ได้แต่กลัวตุ๊กตาเหล่านั้น จากนั้นก็ได้ทดลองเอาเด็ก ไว้ในคอกม้า ซึ่งแน่นอนเกคนแรก เมื่อเข้าไปอยู่ในคอกม้า ก็เล่นโคลนและฟางอย่างสนุกสนาน แต่เด็กคนที่สอง เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์เดียวกัน ก็ได้แต่ร้องไห้และหวาดกลัว
นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่พิสูจน์มาแล้วว่า ทัศนคติ นั้นสำคัญต่อชีวิตและการทำงานจริง ๆ โดยหากเราเลือกใช้ทัศนคติและฝึกฝนอย่างถูกต้องแล้ว เราก็จะกลายเป็นผู้ที่ไม่มีความเครียดและ มีความคิดที่เป็นด้านบวกอยู่เสมอ
ทั้งนี้ก็มาจากพื้นฐานที่ต้องรู้จัก มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนด้วย

pexels-photo
5.ตัณหา ( passion )

ตัณหา ก็คือความอยากได้ อยากมี โดยอาจไม่ต้องเกิดขึ้นจากความจำเป็นต้องมีก็ได้ เช่นอยากได้ไนกี้แอร์แม๊ก อยากได้แลมโบกีนี่ เมื่อความอยากได้นั้นอยู่ในขั้นสูงสุด คนเราก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา
ซึ่งตัณหาต่างจาก ความอยาก ตรงที่ ความอยาก นั้นคือความรู้สึกเกิดขึ้นชั่วขณะ แต่ก็สามารถดับไปได้ด้วยความรวดเร็ว แต่ตัณหานั้น ส่วนมากแล้วเกิดจากภาวะทางอารมณ์ หรือสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ
ที่สั่งสมมาในวัยเด็ก จนแสดงออกมาเป็น รสนิยม ความชอบ ความรู้สึกส่วนตัว สำหรับคนไทยคำว่า ตัณหา มักถูกไปใช้เรื่องของกามอารมณ์เสียมาก แต่ความจริงแล้วตัณหาก็คือความรู้สึกที่ อยากได้ อยากมีอยู่เสมอนั่นเอง
ไม่สามารถทำให้ดับไปหรือลืมไปด้วยอารมณ์ชั่วขณะ และตัณหา ก็ต่างจากเป้าหมายตรงที่ เป้าหมายนั้นเรากำหนดขึ้นมาด้วยเหตุผล แต่ตัณหานั้น บางทีไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลก็ได่ แต่อาจจะเกิดจากอุปสงค์ในบางกรณี

 

สำหรับ คุณสมบัติ 5 ข้อที่ยกมานี้หากฝึกฝนให้ดี จนเป็นนิสัยแล้วใช้อย่างถูกทางก็ไม่ยากเลยที่จะทำให้คุณ เป็นคนนึงที่ประสบความสำเร็จในชีวิตสูง แถมยังได้รับการยอมรับจากสังคมอย่างล้นหลามอีกด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกพื้นฐานเคล็ดลับนึงที่จะทำให้คุณมีเครดิตที่ดีตลอดชีวิตได้เลย ยกตัวอย่างสตีฟจ็อป ถึงแม้จะตายไปแล้ว แต่ลองดูเถอะว่าถ้าบอกว่า แว่นตาชิ้นนี้คิดค้นโดยสตีฟจ็อป หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ชิ้นนี้เกิดขึ้นจากสตีฟจ็อบ ผู้มีชื่อเสียงด้านความเนี้ยบล่ะก็  ใครๆก็ยอมรับในเครดิตความเป็นสตีฟฯ ทั้งนั้น

 

06และหากสังเกตุให้ดี คุณสมบัติ 5 ข้อนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรเพราะ มันคือพรสวรรค์ที่ติดตัวมากับทุกคนตั้งแต่เกิดนั้นเอง แต่จะปังหรือไม่นั้นก็ขั้นอยู่กับว่า คุณเลือกที่จะใช้ และฝึกฝนความสามารถเหล่านี้ให้เฉียบแหลมได้มากเพียงไหน


ในเรื่องของความฉลาดนั้น IQ คือความฉลาดทางปัญญา ที่ไม่ใช่เกณฑ์วัดความรู้ที่คุณมีอยู่ แต่เป็นสิ่งที่วัดความสามารถในการเข้าใจข้อมูลใหม่ ๆ ต่าง หากโดยประกอบไปด้วย
การใช้เหตุผล แนวความคิด การคำนวน และจินตนาการในการเชื่อมโยงเรื่องต่าง ๆ โดยการวิจัยพบว่าความจริงแล้ว ไอคิวของคนเรานั้นจะถูกกำหนดมาตั้งแต่แรกเกิดแล้ว โดยคุณไม่สามารถไปเพิ่มมันได้
แต่ทว่า ไอคิว ก็ไม่ใช่ตัววัดที่ว่า ใครจะประสบความสำเร็จหรือมีชีวิตที่ดีเสมอไป
โดยเราจะพบเห็นได้ว่า คนที่ประสบควาสำเร็จส่วนมาก ก็ไม่ได้เป็นคนที่มีผลการเรียนดีเด่นอะไรมาตั้งแต่แรกแล้ว บางคนก็แทบจะเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ แต่สามารถก้าวไปสู่ความเป็นเศรษฐีและประสบความสำเร็จในชีวิตได้ง่าย
แต่กลับกันคนที่ผลการเรียนดี คะแนนสูง ๆ กลับได้เป็นเพียงแค่ลูกจ้าง ก็มีให้เห็นอยู่เรื่อยไป แต่ยังไงก็ตาม ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะทราบดีว่า ไอคิวนั้นเอามาวัดความสำเร็จในชีวิตไม่ได้เลย
เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมายมากกว่า แต่ก็มีงานวิจัยชิ้นใหม่ ออกมาเผยว่า
ถ้าคุณมีพฤติกรรมใดตรงกับ ข้อใดข้อหนึ่งของทั้ง 5 ข้อนี้ คุณก็มีโอกาสที่จะไอคิวสูงกว่าคนปกติ แล้วล่ะ

1.วิตกกังวล

person-woman-hotel-laptop-696x371
ถึงแม้คำว่าวิตกกังวลจะดูน่ากลัว แต่มันก็มีหลักฐานที่ยืนยันได้ โดย จิตแพทย์นามว่า Jeremy Coplan ได้ทำการศึกษารเกี่ยวกับโรควิตกกังวล โดยพบว่า
“ผู้ที่มีความวิตกกังวลสูง ส่วนใหญ่มักจะมีไอคิวทีสูงตามระดับความกังวล”
อีกทั้งยังมีงานวิจัยจาก Interdisciplinary Center Herzliya พบว่าผู้ที่มีความวิตกกังวลมากสุด มักจะเป็นผู้ที่โฟกัสไปกับงานมากสุดและกระตือรือล้นมากสุดเช่นกัน

2.คุณเริ่มหัดอ่านหนังสือก่อนเด็กคนอื่น

photo-1437572848259-df63caa1a552-696x464

จากการศึกษาของประเทศอังกฤษ ได้มีการทดลองคู่แฝดทั้งหมด 2,000 คู่ เด็กที่เร็มอ่านหนังสือก่อน มักจะมีไอคิวสูงกว่าคู่แฝดที่เริ่มอ่านทีหลัง
โดยนักวิจัยกล่าวว่า “เหตุผลที่เด็กเริ่มอ่านหนังสือก่อนมีไอคิวสูงกว่า ก็เพราะว่าการอ่านเป็นส่วนที่ช่วยให้สมองพัฒนาอย่างสำคัญ จึงทำให้เด็กที่เริ่มอ่านก่อนฉลาดกว่า” แต่นี่ก็ไม่ได้หมาย
ความว่าเพราะเด็กคนนี้ฉลาดก็เลยเริ่มอ่านหนังสือได้ก่อน แต่เหตุผลจริง ๆ ก็เพราะว่าการอ่านหนังสือนั้น ทำให้เกิดสมาธิแล้ว ช่วยให้เด็กฉลาดนั่นเอง

3.เป็นคนถนัดซ้าย

01

อาจจะดูเหลือเชื่อ แต่มีการศึกษานึงพบว่า “คนที่ถนัดมือซ้ายจะมีความเกี่ยวข้องกับแนววิธีคิดแบบอเนกนัย (Divergent Thinking) ซึ่งแปลว่า คนพวกนี้สามารถเชื่อมโยงสองเสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันในเชิงที่มีความหมายได้ และนี่ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความฉลาด

4.คุณเคยเรียนดนตรีตอนเป็นเด็ก

photo-1415822138156-fd0cd874335a-696x462

มีการวิจัยหลายงานที่แสดงให้เห็นว่า อิจฉริยะส่วนใหญ่ มักจะมีผลกระทบมาจากดนตรี เพราะดนตรีเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีผลในการพัฒนาสมองและความฉลาด
นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่งอของการโฟกัสและควบคุมตัวเองอีกด้วย
โดยนักจิตวิทยานาม Sylvain Moreno ได้นำเด็กอายุ 4-6 ขวบมาทั้งหมด 48 คนและเแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 24 คน
โดยให้กลุ่มแรกเข้าห้องเรียนดนตรี ส่วนกลุ่มสองให้เรียนทัศนศิลป์ โดยทั้งสองกลุ่ม้องเรียนวันละ 1 ช่วโมงต่อวัน รวมทั้งหมด 5วันต่อสัปดาห์
จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน Sylvain Moreno ได้ทำการทดสอบผลด้านไอคิว ปรากฏว่า เด็กในกลุ่มแรกที่เรียนดนตรี มีการพัฒนาด้าน ไอคิวดีกว่าเด็กอีกลุ่ม
นี่ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่พิสูจน์ได้ว่า ดนตรีมีผลต่อ ไอคิวจริง ๆ

5.คุณเป็นคนตลกอยู่เสมอ

photo-1463595515259-d8ef281955b9-696x371
นักวิจัยได้แสดงให้ทราบถึงความเกี่ยวเนื่องระหว่าง การเป็นคนตลก กับเป็นคนฉลาด เพราะว่ามุขหรือการล้อเล่นต่าง ๆ นั้นมักจะถูกผลิตออกมาจากความคิดอันปราดเปรื่องกว่าปกติของคุณ
ซึ่งมันไม่ใช่ว่าจะเป็นใครก็สามารถ ทำทุกอย่าง หรือคิดทุกอย่าง เพื่อจะทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ตลก หรือแม้กระทั้งแก้สถานการณ์เลวร้ายให้เป็นเรื่อง ตลกได้ และอีกในความหมายนึงผู้ที่สามารถคิดเรื่องตลกในทุก ๆ สถานการณ์นั้นยังบ่งบอกอีกว่าเขาเป็นคนมองโลกในแง่บวกเสมอ
พอทราบแบบนี้แล้ว เลยไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมการเป็นคนตลกเก่ง หรือคิดมุกน่าขันได้เสมอนั้น เป็นคนมองโลกในแง่บวกและมีโอกาสที่จะไอคิวสูงกว่าคนทั่วไป

ถึงแม้ว่า ทั้ง 5 ข้อที่ยกตัวอย่างมานั้นจะเป็นเพียง ข้อสังเกตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนฉลาดมีคล้ายคลึงกัน ซึ่งแน่อยู่ว่าคนเราอาจจะไม่ได้มีความสามารถหรือพฤติกรรมครบหมดทั้ง 5 ข้อเสมอไป
โดยเมื่อทราบแล้วว่าพฤติกรรมใดที่จะนำมาสู่การพัฒนา ไอคิวที่ดี และนำไปสู่ความเป็นอัจฉริยะแล้วละก็ อย่าลองฝึกทำดูบ้างล่ะ
ถึงแม้บางเรื่องดูเหลือเชื่อมาก ๆ ก็ตาม แต่ทุกอย่างที่นำเสนอมาก็มีการ วิจัยและทดลองมาแล้วทั้งสิ้น

Source : Entrepreneur


pexels-photo-66363-696x371

ในช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของชีวิตนั้น
อายุ 24 ถือว่าเป็นช่วงอายุที่คุณควรจะเริ่มต้นกระโจนสู่ชีวิตที่แท้จริงเสียแล้ว
เพราะความรู้ความสามารถที่คุณสั่งสมมาถึงอายุตอนนี้เรียกว่า จะมีผลกระทบกับการตัดสินใจและการทำงานของคุณไปตอลดชีวิตเลยก็ว่าได้

โดยในเว็บไซท์ Quora ได้ตั้งคำถามว่า “ทักษะใดบ้างที่ คนอายุ 24 ควรที่จะเรียนรู้ไว้”
โดยมีคนจำนวนมากเข้ามาตอบคำถาม ซึ้ง 11 ทักษะต่อไปนี้ คือเรื่องหลัก ๆ ที่เราเรียบเรียงมาให้ท่านทราบกันว่ามีอะไรเป็นเรื่อง เด่น ๆ ที่ทุกคนลงความเห็นเหมือนกันบ้าง

1.เป็นสุดยอดของนักขาย

เนื่องจาการขาย เป็นพื้นฐานสำคัญในการทำทุกอาชีพ ไม่ว่าอาชีพอะไรก็ต้องขายให้เป็น และหนีไม่พ้นอีกด้วย บางครั้งสิ่งที่คนซื้ออาจจะไม่ใช่สินค้า หรือผลงาน แต่คุณต้องขายตัวเองให้เป็น

06
2.ก้าวออกมาจาก Comfort Zone

ลองออกมาสร้างประสบการณ์จริงดูบ้าง หลีกเลี้ยงการโอ๋การเอ็นดูจาก ครอบครัว หรือความคิดแบบเก่า ๆ ลองทำอะไรใหม่ ๆ ฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ

 

photo-1463595515259-d8ef281955b9-696x371

3.เก่งให้สุด ๆ สักด้าน

เก่งให้สุด ๆสักด้านหมายความว่า หากคุณมีความสามารถพิเศษหรือทำงานด้านใดอยู่แล้วก็ต่อยอดให้ไปถึงจุดสูงสุดของอาชีพเสียเลยสิ

people-mother-family-father

4.สร้างเครือข่ายสังคม ที่คอยสนับสนุนคุณ

ในการทำงานบ่อยๆ ครั้งเราก็ต้องมีสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ไว้คอยสนับสนุนเราในแต่ละด้าน การสร้างเครดิตให้ดี ก็เช่นกันไม่ได้แปลว่าคุณจะต้องมีเครดิตที่ดีด้านการเงินเท่า แต่เครดิตนี้ควรรวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีในกลุ่มเพื่อนและเครือข่ายธุรกิจหรือาชีพของคุณด้วย

 

pexels-photo-897245.เรียนรู้การเขียนโค้ดโปรแกรม

เนื่องจ่ากปัจจุบันเป็นยุค 4.0 เสียแล้ว การประชาสัมพันธ์ทาง internet การใช้งานคอมพิวเตอร์ถือเป็นเครื่องมือหลัก ๆ ที่ใช้ในการทำงานเสียมาก ซึ่งหากได้เรียนรู้การเขียนโปรแกรมสักภาษาจะช่วยให้คุณคุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์อีกมาก แถมทำให้คุณช่วยคิดและวางแผนได้อย่างมีหลักการรอบคอบอีกด้วย

 

 

af0sf2os5s5gatqrkzvp_silhoutte6.ตกหลุมรัก

อาจดูเป็นเรื่องตลก แต่คนดังหลาย ๆ คนที่ประสบความสำเร็จก็มีแรงบรรดาลใจมาจากการตกหลุมรักใครสักคน จนนำความรู้สึกนั้นมาเป็นแรงผลักด้นในการทำงาน

 

7.ฝึกสมาธิให้เป็น

เพราะปัจจบุบันมีหลาย ๆ อย่างที่คอยกวนสมาธิ จนทำให้หลายคนทำอะไรไม่เป็นชิ้นอัน

 

71aec3246b3aebe6d284668935080bda4fa8b41a_1600x12001-696x372

8.เที่ยวที่แปลก ๆ ให้มากขึ้น

การอยู่กับที่ออกจะดูน่าจืดชืดไปใช่ไหม? การออกไปเที่ยวเพื่อค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ นอกจากจะช่วยให้สร้รางประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิตแล้ว
ยังเป็นการช่วยสร้างแรงบรรดาลใจและไม่แน่ คุณอาจจะค้นพบตัวตนอาชีพที่คุณชอบจากการเที่ยวก็ได้

 

reading9.หาความรู้เสมอๆ

การเสียเวลาไปกับการ ดูทีวีหรือดูหนัง เล่นมากไปนั้นบางทีอาจจะทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
สิ่งที่สำคัญก็คือคุณควรอ่านหนังสือเสริมความรู้เรื่องใหม่ ๆ ด้านวิชาการเสียบ้างเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในการทำงานให้กับสมอง
เพื่อที่เวลาทำงานจริง จะได้ไม่ต้องมาไล่เปิดหนังสือให้ตาเหลือกอยู่

 

youth-active-jump-happy-4081510.เลิกกังวลเสียที

เพราะการกังวลนั้นเป็นการเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ เนื่องจากมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือมีผลกระทบต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เลย
ด้วยเหตุนี้ การวางแผนจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการจัดการกับทุกปัญหา

coins-currency-investment-insurance11.เก็บเงินอย่างจริงจัง

การเก็บเงินเก็บเล็กผสมน้อยในแต่ละเดือน นั้นช่วยให้คุณรู้จักการ วางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเป็นวิธีที่ดีสุด
หากมีโอกาสลงทุนดีๆ คุณก็อาจเอาเงินเหล่านี้มาลงทุนเพื่อต่อยอดชีวิตคุณให้ประสพผลสำเร็จโดยง่าย

 

ท้ายสุดนี้หวังว่า เรื่องราวทั้ง 11 ข้อนี้หากคุณรู้แล้วล่ะก็อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนที่คุณห่วงใยรู้จักล่ะว่า ควรทำอะไรบ้างก่อนจะสายไป


 

สำหรับงานอดิเรกนั้น ความหมายก็คืออะไรก็ตามที่ทำแล้วเกิดความผ่อนคลายโดย
อาจเป็นกิจกรรมที่สนุกและเกิดประโยชน์หรือไม่ก็ได้ เช่นการทำอาหาร วาดรูป เล่นเกมส์ เล่นดนตรี ฟังเพลง ดูหนัง
ทุกอย่างล้วนมีงานวิจัยออกมารองรับในแต่ละด้านว่า ช่วยประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มความสร้างสรรในด้านความคิดดียิ่งขั้น
นอกจากเพิ่มสมรรถภาพกับสมองแล้ว ในด้านร่างกายกิจกรรมเหล่านี้ก็ช่วยให้ได้ ลดความตึงเครียด ปรับความสมดุลร่างกายได้อย่างน่าเหลือเชื่อีกด้วย

แล้วผู้อ่านละคะมีงานอดิเรกอะไรกันบ้าง จะเหมือนกับ 8 มหาเศรษฐีเหล่านี้หรือไม่ไปดูกันเลย

1. ริชาร์ด แบรนด์สัน ผู้ก่อตั้ง Virgin

06richard

pic from Flickr

หลายท่านอาจเคยเห็นรูปของ ริชาร์ด ทำกิจกรรมโลดโผนตลอด แต่ความจริงแล้วเรื่องน่าแปลกใจที่ค้นพบก็คือ
กิจกรรมที่เขาชอบมากที่สุดก็คือ หมากรุก โดยเขาได้เขียนลงบล็อกตัวเองโดยมีใจความว่า “ผมคิดว่าหมากรุกน่าจะเป็นเกมที่ดีที่สุดในโลกเลย เพราะมันเป็นการผสมสานกีฬาหลายชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน ความกล้าหาญ ความเสี่ยง แล้วแถมคุณยังสามารถจิบน้ำชาและสนทนากันได้อย่างน่าสนใจระหว่างที่เล่นได้อีกด้วย”

2. แจ๊ค ดอร์ซีย์ ผู้ครองเว็บดังอย่าง Twitter และ Square

06jackpic from Flickr

หลาย ๆ คนสงสัยว่าชายหนุ่มผู้นี้ มีกิจกรรมอะไรอยู่เสมอ ซึ่งเขาก็ได้เผยเรื่องในี้ในงาน สัมนาแห่งหนึ่งว่างานอดิเรกของเขานั้น หมดไปกับเรื่อง กิจกรรมนอกบ้านเช่น การเดินป่า

3. บิลล์ เกตส์ ผู้ก่อตั้ง ไมโครซอฟต์

06billpic from Flickr

ถึงแม้ปัจจุบันบิลเกตจะไม่ได้ ดูแลไมโครซอฟต์อย่างเต็มตัวแล้ว แต่เขาก็เผยว่ากิจกรรมยามว่างก็คือการเล่นไพ่ บริจนั่นเอง ซึ่งคนที่ทำให้เขาชอบได้ขนาดนี้ก็คือ วอร์เรนบัฟเฟตต์ นี่เอง

4.วอร์เรน บัฟเฟตต์ Ceo บริษัท Berkshire Hathaway

06warren

pic from flickr

นิตยาสาร Forbes ได้รายงานว่า กิจกรรมของชายผู้นี้ก็คือ “เขามีใจรักในเครื่องดนตรี อย่างอูคูเลเล่มากว่า 10 ปีแล้ว” โดยเขากล่าวว่า ที่เขาเล่นนั้นก็เพื่อต้องการสร้างความประทับใจกับผู้หญิงสาวคนนึงด้วย

 

5. มาร์ค เบอนิออฟ CEO บริษัท Saleforce

06mark

pic from Flickr

มาร์คกล่าวว่าเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการ ทำสมาธิแบบนิกายเซน โดยเหตุผลที่เขาเริ่มทำสมาธินั้นก็เพื่อจะคลายความตึงเครียด

6. มาริสสา เมเยอร์ CEO ยาฮู้

06marissa

pic from Flickr

สำหรับ CEO สาวสวยคนนี้กล่าว ว่า งานอดิเรกของเธอก็คือการ ทำเบเกอรี่ และเธอก็คลั้งไคล้การทำเบเกอรี่มาก ๆ เสียด้วยสิ
โดยนิตยาสาร จาก San Francisco เล่มหนึ่งรายงานว่า “เธอลงทุนซื้อหนังสือคู่มือทำคัพเค้กหลาย ๆ เล่มแล้วศึกษาสูตรต่าง ๆ แล้วจดสูตรลงในตารางแล้วพัฒนาจนเป็นสูตรลับพิเศษของเธอเอง”

7.อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Tesla และ SpaceX

06elon

ถึงแม้ว่าภรรยาของเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า อีลอน แทบจะไม่มีเวลาให้กับกงานอดิเรกเลย
แต่อีลอนก็มีสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษบางอย่างเช่น ของที่ระลึกจากภาพยนตร์ James Bond
โดยในปี 2013 อีลอน ใช้เงินไปเกือบ 1ล้านเหรียญเพื่อซื้อรถ Lotus Esprit ที่ใช้ถ่ายทำในภาพยนตร์มาครอบครอง

โดยอีลอนเคยกล่าวว่า
“การได้ดูเจมส์บอนด์ขับรถลงน้ำจากท่าเรือแล้วกดปุ่มเพื่อเปลี่ยนรถเป็นเรือดำน้ำนั้นเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากสำหรับหรับเด็กแอฟริกาใต้ตัวเล็ก ๆ อย่างผม
โดยผมก็เสียใจมากเช่นกันเมื่อรู้ความจริงว่า รถคันนี้เปลี่ยนเป็นเรือดำน้ำไม่ได้ ”
“และผมคิดว่าสิ่งทีผมจะทำก็คือติดตั้งระบบไฟฟ้าของ Tesla เข้าไป แล้วหลังจากนั้น ผมจะทำให้มันกลายเป็นเรือดำน้ำได้จริง ๆ ”

8.สตีฟ วอซเนียก ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple

06steve

pic from Flickr

สตีฟกล่าวว่าเขาชอบผลงานเพลงของ บ็อบ ดีแลนมาก ๆ จนกลายเป็นงานอดฺเรก
คือฟังเพลงบ็อบดีแลนบ่อย ๆ เลยล่ะ แต่ปัจจุบันนี้สตีฟ มีงานอดิเรกใหม่มาแล้วก็คือการเล่นกีฬา Segway Polo


คุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จทุกคนจำเป็นต้องมีจริงหรือ?

หลังจากที่ ไบรอัน เทรซี่ ได้เป็นโค้ชด้านความสำเร็จมาหลายปี เขาก็ได้พบว่าบรรดาเหล่าผู้brian_tracy_on_stage-696x371

ประกอบการทั้งหลายที่ประสบความสำเร็จในด้านการงานมักจะมีคุณลักษณะบางอย่างที่เหมือน ๆ กันอยู่ และที่ดีไปกว่านั้นก็คือ เราทุกคนสามารถเรียนรู้ที่จะมีคุณลักษณะเหล่านี้ได้อีกด้วย ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะว่า…เราอยากจะเรียนรู้มันหรือไม่?

ลองสำรวจตัวคุณเองดูสิว่า คุณสมบัติเหล่านี้คุณมีแล้วหรือยัง?

1. ระเบียบวินัย

01สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จทุกคนจำเป็นต้องมีคือ ระเบียบวินัย มันคือคุณสมบัติเดียวที่สำคัญที่สุดในชีวิตและการประกอบธุรกิจ หากคุณใช้ชีวิตอย่างมีระบบระเบียบ มีวินัยกับสิ่งต่าง ๆ ที่คุณทำ แม้ว่าคุณจะรู้สึกชอบหรือไม่ก็ตาม เส้นทางความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลแล้วล่ะ ซึ่งการจะมีระเบียบวินัยได้นั้น คุณต้องรู้จักตัวเองก่อน สามารถควบคุมตัวเองได้ มีความรับผิดชอบ และมีเป้าหมายที่ชัดเจนด้วย

ความแตกต่างระหว่างผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ กับ ผู้ประกอบการที่ล้มเหลวคือ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จสามารถอดทนทำในสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบได้

ใคร ๆ ต่างก็ต้องมีสิ่งที่ไม่ชอบทำกันทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเราตระหนักได้ว่า การจะได้มาซึ่งความสำเร็จนั้นล้วนต้องมีการเสียสละก่อนเสมอ การลงมือลงแรงเพื่อทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ ถึงแม้จะไม่ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ แต่เรายังได้รับประสบการณ์ที่ติดตัวเรามาเพื่อต่อยอดไปสู่ความสำเร็จได้

2. ความซื่อสัตย์

02อันดับสองที่สำคัญรองจากระเบียบวินัยก็คือ ความซื่อสัตย์

สิ่งที่น่ายกย่องและน่าเคารพที่สุดคือ การที่ผู้คนมองว่าคุณนั้นเป็นคนที่ซื่อสัตย์ มีความจริงใจ การซื่อสัตย์กับทุกสิ่งที่คุณทำล้วนส่งผลต่อคุณเสมอ จำเอาไว้ว่าทุกคำที่คุณพูดจะเป็นสิ่งที่ผูกมัดคุณไว้ และชื่อเสียงของคุณนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับวงการธุรกิจ เพราะทุกธุรกิจนั้นล้วนตั้งอยู่อยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกันเสมอ

ความสำเร็จของคุณนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนผู้คนที่ไว้วางใจคุณ ทั้งผู้ร่วมงาน ผู้ที่คอยส่งเสริมและให้เครดิตคุณ ผู้ที่ซื้อสินค้าจากคุณ หรือแม้แต่ผู้ที่ช่วยเหลือคุณในยามทุกข์ยาก โดยลักษณะนิสัยของคุณล้วนเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างชีวิตคุณขึ้นมา ซึ่งมันจะขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์ที่คุณหมั่นแจกจ่ายให้กับผู้คนนั่นเอง

3. ความอดทน

03ลักษณะที่สามของการเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จก็คือ การเป็นคนอดทน ความอดทนเปรียบเสมือนกับเหล็ก หากผู้ใดมีความอดทนสูงเมื่อนำไปเทียบกับคนทั่วไปแล้ว ก็เหมือนกับเหล็กและไม้นั่นเอง มันเป็นคุณลักษณะที่ขาดไม่ได้ที่ต้องมีควบคู่ไปกับการสร้างความสำเร็จในชีวิต

หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญของการจะเป็นคนที่อดทนและประสบความสำเร็จก็คือ การเตรียมพร้อมรับมือต่อความผิดพลาดหรือความผิดหวังในอนาคต ในช่วงที่คุณกำลังก้าวเดินตามฝันนั่นเอง

จงบอกตัวเองไว้เสมอว่าคุณจะไม่ยอมแพ้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม การกล้าเผชิญหน้ากับความผิดหวังและความอดทนอดกลั้นที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ล้วนเป็นสิ่งที่จะกำหนดความสำเร็จของคุณได้มากกว่าสิ่งใด ๆ ความสำเร็จของคุณอาจเป็นการที่คุณยอมอดทนและต่อสู้มากกว่าใคร

ความอดทนนั้นเป็นตัวชี้วัดอย่างแท้จริงที่จะตัดสินว่า คุณมีความเชื่อมั่นและมีความสามารถในการก้าวไปสู่ความสำเร็จได้หรือไม่

4. ความชัดเจนของเป้าหมาย

04

คุณสมบัติสำคัญข้อที่สี่คือ การมีเป้าหมายที่ชัดเจน

ธุรกิจส่วนใหญ่ทำงานแบบรับมือกับปัญหาวันต่อวัน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็ว ซึ่งราวกับว่าพวกเขาเป็นเสมือนนักผจญเพลิงกันเลยทีเดียว

พวกเขามักหมกมุ่นอยู่กับปัญหาระยะสั้นและหวังผลสำเร็จระยะสั้นเท่านั้น ไม่มีการวางแผนระยะยาวให้กับธุรกิจ

ซึ่งการทำแบบนี้ไม่เหมาะกับการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก เพราะคุณจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนให้กับธุรกิจของตัวเอง ซึ่งความจริงแล้วมันเป็นความรับผิดชอบที่สำคัญที่คุณควรมีในการทำให้ลูกน้องและตัวคุณเองนั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน

5. ความกล้าในการตัดสินใจและลงมือทำ

05คุณสมบัติสุดท้ายของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จก็คือ การมีความเด็ดขาดในการตัดสินใจและลงมือ คนที่ประสบความสำเร็จมักมีวินัยในการลงมือทำสิ่งที่ตนเองได้ตัดสินใจไว้ ซึ่งพวกเขาจะลงมือทำอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วเช่นกันด้วย หากเมื่อใดที่พบความผิดพลาดขึ้น พวกเขาก็จะรีบทำการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับที่จะนำพาไปสู่ชัยชนะ ก็คือการที่คุณได้ลองผิดลองถูก

คนที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่กล้าตัดสินใจ และเคยลองผิดลองถูก ทำมาแล้วหลายครั้งมากกว่าที่คนทั่วไปทำหากคุณเคยลองผิดลองถูกมาแล้วหลากหลายวิธีเพื่อที่จะทำให้มันสำเร็จสักครั้งหนึ่ง ก็เป็นไปได้สูงที่ในท้ายที่สุดแล้ว ยังไงคุณก็ต้องพบกับเส้นทางความสำเร็จนั้นอย่างแน่นอน

และทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 คุณสมบัติสำคัญที่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จทุกคนจำเป็นต้องมีเพื่อจะประสบความสำเร็จ และจากนี้ไปก็เป็นคำถามของคุณ…

คุณสมบัติใดที่คุณรู้สึกว่าผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จทุกคนจำเป็นต้องมี?

Source : Entrepreneur